2006/Feb/16

สงครามกับพม่าครั้งที่ 2

หลังจากพม่าเกิดความวุ่นวายภายในและทำการจัดระเบียบราชการแผ่นดินของพม่าใหม่ โดยมีมังลอกพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าอลองพญาได้ราชสมบัติ และต้องทำการสงครามปราบปรามหัวเมืองต่าง ๆ ที่ตั้งแข็งเมืองกระด้างกระเดื่องอยู่เกือบปี ก็พอดีทรงพระประชวร และสวรรคตในเวลาต่อมา มังระพระราชโอรสองค์ที่ 2 ในพระเจ้าอลองพญา ได้เสวยราชสมบัติสืบต่อ มีนิสัยชอบการสงครามเหมือนพระราชบิดา จึงให้ มังมหานรธาเป็นแม่ทัพใหญ่ ยกทัพพม่าเข้ามาทางทวาย ตีหัวเมืองล้อมกรุงศรีอยุธยา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพใหญ่ ยกทัพเข้าโจมตีไทยฝ่ายเหนือ เริ่มตั้งแต่เชียงใหม่ เวียงจันทร์ แล้วรุดหน้ามาทางใต้เข้าล้อมอยุธยา เป็นทัพกระหนาบเหตุการณ์ตอนปลายรัชกาล

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวิจารณ์ไว้ในจดหมายเหตุกรมหลวงนรินทรเทวีเกี่ยวกับการเสียกรุงในครั้งนั้นว่า

"เครื่องศัสตราวุธเห็นจะขัดสนมาก อย่างไขว้เขวกัน มีปืนไม่มีลูก มีลูกไม่มีปืน อาวุธที่จ่ายออกมาก็ชำรุดทรุดโทรม ปืนเอาไปยิงก็จะเกิดอันตรายเนือง ๆ แตกบ้าง ตกรางบ้าง ยิงไม่ออกบ้าง เข็ดหยาดเห็นการยิงปืนยากเสียเต็มที คราวนี้ก็เลยกลัวไม่ใคร่จะมีใครกล้ายิงเองอยู่แล้ว ซ้ำเจ้านายและผู้ดีก็พากันสวิงสวายกลัวอะไรต่ออะไร ตั้งแต่ฟ้าร้องเป็นต้นไป เป็นปกติของผู้ดีชั้นนั้น"

ส่วนพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งปรากฏอยู่ในจดหมายหลวงอุดมสมบัติ ฉบับที่ 1 เป็นใจความว่า

"ครั้งพม่ายกมาตั้งค่ายอยู่ในวัดแม่นางปลื้มนั้น จะหาคนรู้ยิงปืนเป็นสู้รบกับพม่าก็ไม่มี ศูนย์ทะแกล้วทหารเสียหมด (พระเจ้าเอกทัศ) รับสั่งให้เอาปืนปะขาวกวาดวัดขึ้นไปยิงสู้รบกับที่หัวรอ ต่างคนต่างก็ตื่นตกใจเอาสำ

อุดหูกลัวเสียงปืน จะดังเอาหูแตก ว่ากล่าวกันให้ใส่ดินแต่น้อย ครั้นใส่แต่น้อยกำหนดจะยิงข้างน้ำข้างใน (หม่อนต่าง ๆ เข่น มีเรื่องเล่าถึงหม่อนเพ็ง หม่อนแมน) ก็พากันร้องวุ่นวาย เอาสำลีจุกหูไว้ กลัวหูจะแตก ก็รับสั่งให้ผ่อนดินให้น้อยลง จะยิงแล้วไม่ยิงเสีย แต่เวียนผ่อนลง ๆ ดินก็น้อยลงไปทุกที ครั้นเห็นว่าน้อยพอยิงได้แล้วก็ล่ามชนวนออกไปให้ไกลทีเดียว แต่ไกลอย่างนั้นคนยิงยังต้องเอาสำลีจุกหูไว้ กลัวหูจะแตก ครั้นยิงเข้าไปเสียงปืนก็ดังพรูดออกไป ลูกปืนก็ตกลงน้ำ หาถึงค่ายพม่าไม่ (สมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ) รับสั่งต่อไปว่า สั่งคนรู้วิชาทัพ ก็จะเป็นไปอย่างนี้นั่นเอง"

สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ไม่สามารถทำการศึกสงครามได้ และไม่สามารถทั้งในการรวมคนป้องกันพระนคร ประชาชนจึงไปอันเชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร ให้ลาผนวชมาช่วยรักษาพระนครอีกครั้งหนึ่ง แต่สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรก็ไม่ยอม พม่าล้อมและระดมตีไทยอยู่ครั้นนั้นเป็นเวลานานถึง ๑ ปี ๒ เดือน ถึงวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐ เวลา ๒๐.๐๐ น. ก็เข้าเมืองได้ ได้เผาผลาญบ้านเมืองเสียยับเยิน กวาดเก็บทรัพย์สินและสมบัติและผู้คนเป็นเชลยเสียมากปราสาทราชมณเฑียรต่าง ๆ ก็ถูกไปเผาพินาศสิ้น ทองหุ้มองค์พระพุทธรูป พม่าเอาไฟเผาครอกเอาไปหมด เกี่ยวกับเรื่องนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวไว้ใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ความตอนหนึ่งกล่าวว่า

"ฝ่ายเนเมียวแม่ทัพค่ายโพธิ์สามต้น จึงให้พลพม่าเข้ามาจุดเพลิงเผาปราสาทที่เพนียดนั้นเสีย แล้วให้ตั้งค่ายลงที่เพนียด และวัดพระเจดีย์แดง วัดสามพิหาร วัดมณฑป วัดกระโจม วัดนางชี วัดนางปลื้ม วัดศรีโพธิ์ เผาเหย้าเรือนอาวาส และพระราชวังทั้งปราสาทราชมณเฑียร และเพลิงสว่างดังกลางวันแล้วเทียวไล่จับผู้คนค้นริบเอาทรัพย์เงินทองสิ่งของทั้งปวงต่างๆ แต่พระเจ้าแผ่นดินนั้นหนีออกจากเมืองลงเรือน้อยไปกับมหาดเล็กสองคน ไปซ่อนอยู่ในสุมทุมไม้ใกล้บ้านจิกขัน วัดสังฆาวาส มหาเล็กนั้นก็ทิ้งเสียหนีไปอื่น อดอาหารอยู่แต่เพียงพระองค์เดียวพม่าหาจับได้ยาก จับได้เพียงแต่พระราชวงศานุวงศ์ทั้งปวงไปไว้ทุกๆ ค่าย.แล้วพม่าก็เอาเพลิงสุมหลอมเอาทองคำซึ่งแผ่หุ้มองค์พระพุทธรูปผืนใหญ่ในพระวิหารหลวงวัดพระศรีสรรเพชรดารามนั้น ขนเอาเนื้อทองคำไปหมดสิ้น

หลังจากนั้นพม่าค้นหาผู้คนและทรัพย์สมบัติอยู่ 10 วัน ได้ทรัพย์สมบัติไปเป็นอันมากแล้วยกกองทัพกลับ ตั้งให้สุกี้เป็นแม่ทัพกุมพล 3,000 คน อยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น เพื่อค้นหาสมบัติและส่งผู้คนไปยังพม่าต่อไป ส่วนองค์พระเจ้าแผ่นดินนั้นหนีไปซุกซ่อนอยู่ อดอาหารมากกว่า 10 วัน สุกี้ไปพบและนำมายังค่ายโพธิ์สามต้นก็สวรรคต พร้อมกับสิ้นบุญกรุงศรีอยุธยาสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์) ทรงครองราชสมบัติตั้งแต่ปี

พ.ศ. ๒๓๐๑ และสวรรคตในปีเดียวกับการเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ ๒ ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. ๒๓๑๐ สืบเนื่องมาจากถูกพม่าเผากรุงศรีอยุธยาวอดวายและพระองค์อดอาหาร

สาเหตุการเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า

    1. ความเสื่อมเรื้อรังในสถาบันการเมืองและทางสังคม สืบเนื่องมาจากแย่งชิงอำนาจกัน

    2. ความเสื่อมจากการมีผู้นำที่ไม่เข้มแข็งเด็ดขาด

    3. ไพร่พลขาดความพร้อมในการรบ เพราะเว้นจากการศึกสงครามมานาน

    4. พม่าเปลี่ยนยุทธวิธี และหันมาใช้วิธีตัดกำลังของหัวเมืองต่าง ๆ

    5. เกิดไส้ศึกภายใน

ความเสียหายที่เกิดหลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. ๒๓๑๐

เป้นอันสิ้นสุดอาณาจักรอยุธยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจไทยมา 417 ปี



edit @ 2006/02/15 22:19:44

Comment

Comment:

Tweet


#88 by หอย (202.29.177.51|202.29.177.51) At 2014-11-14 13:40,
ยาราไนกร้าข้าคืออาเบะ
#87 by bookza (103.7.57.18|124.120.125.144) At 2013-01-11 15:21,
งง*.*wink
#86 by bookza (103.7.57.18|124.120.125.144) At 2013-01-11 15:18,
ขอบคุนนะค่ะที่ทำให้งานเราเสร็จ
#85 by มุ้งมิ้ง (58.8.129.184) At 2011-06-05 15:47,
oppppp dfgdfgdfgdfgquestion
#84 by เเด่ก (61.7.129.87) At 2010-11-03 10:12,
ประดับสมองดีจังค่ะbig smile
#83 by Belieber (183.89.10.162) At 2010-10-31 15:35,
angry smile embarrassed embarrassed surprised smile surprised smile embarrassed
#82 by 12202 (125.24.16.102) At 2010-09-10 14:20,
ตัวเล็กไป
#81 by แบแบ่บู (125.24.46.59) At 2010-08-30 18:37,
โอ๊ยงงembarrassed
#80 by (124.120.62.239) At 2010-08-22 07:55,
มีใครรู้บ้างว่าพระเจ้าตากอยู่ไหนตอนกรุงศรีอยุธยาแตกsad smile
#79 by (124.120.62.239) At 2010-08-22 07:53,
question
#78 by (114.128.58.121) At 2010-06-27 14:49,
#77 by ้ัพั่้พั (222.123.196.136) At 2010-06-27 14:03,
#76 by ้ัพั่้พั (222.123.196.136) At 2010-06-27 14:02,
big smile งานเสร็จอีกที่หนึ่งแล้วbig smile
#75 by เทวดา (180.180.78.14) At 2010-05-17 18:31,
#74 by (125.27.232.44) At 2010-03-28 12:08,
#73 by อู๋ (118.174.38.147) At 2010-03-16 18:56,
sted by sw4201social, at 2006-Feb-16 20:sted by sw4201social, at 2006-Feb-sted by sw4201social, at 2006-Feb-16 20:48:1816 20:48:1848:18sted by sw4201social, at 2006-Feb-16 20:48:18
#72 by sted by sw4201social, at 2006-Feb-16 20:48:18 (125.25.227.70) At 2010-01-16 15:14,
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
มันไม่รู้เรื่องไม่รู้ลายเลยควย
#71 by bank (125.25.19.208) At 2010-01-16 14:10,
#70 by (125.25.19.208) At 2010-01-16 14:08,
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
มันไม่รู้เรื่องรู้ลาวเลย
#69 by (125.25.19.208) At 2010-01-16 14:08,
น่ารัก
#68 by (118.172.219.6) At 2010-01-09 13:52,
#67 by (118.172.219.6) At 2010-01-09 13:52,
[
#66 by อาค (125.26.78.143) At 2009-11-25 12:54,
#65 by งสส (125.26.59.211) At 2009-11-13 11:48,
#64 by +6 (125.26.59.211) At 2009-11-13 11:27,
surprised smile
#63 by ปาย (118.172.197.140) At 2009-09-10 19:02,
ขอบคุณที่ให้ความรูู้้้้้้้ค่ะconfused smile
#62 by (118.172.197.140) At 2009-09-10 19:02,
surprised smile angry smile tongue question sad smile
#61 by (112.143.28.4) At 2009-08-29 23:57,
#60 by ฟ้าง (125.26.43.139) At 2009-08-21 11:42,
tongue
#59 by (117.47.44.38) At 2009-07-29 16:53,
ดีมากนะครับ
#58 by (124.121.49.116) At 2009-02-27 12:21,
question embarrassed 21205
#57 by เอท0000 (118.172.70.217) At 2009-02-15 14:52,
#56 by (118.172.96.183) At 2009-01-29 11:24,
#55 by lovefroky (118.172.96.183) At 2009-01-29 11:24,
#54 by (118.172.96.183) At 2009-01-29 11:22,
gvjbhjmbhj
#53 by gyuyhui (118.172.96.183) At 2009-01-29 11:21,
#52 by (118.172.96.183) At 2009-01-29 11:21,
#51 by (118.172.96.183) At 2009-01-29 11:21,
surprised smile
#50 by ใท่ (202.149.25.234) At 2009-01-12 22:41,
surprised smile
#48 by ใท่ (202.149.25.225) At 2009-01-12 22:41,
#48 by ใท่ (202.149.25.238) At 2009-01-12 22:41,
#47 by (61.19.66.152) At 2009-01-02 18:37,
confused smile sad smileสรุปดีมาก double wink surprised smile
#46 by แพร5/2 (114.128.69.237) At 2008-12-23 21:25,
#45 by น้อง (117.47.210.121) At 2008-12-07 16:13,
#44 by พรนภา (58.10.74.100) At 2008-07-31 10:56,
น่าสนจรัยดีนะค่ะ embarrassed
#43 by กิ๊บ (118.173.227.236) At 2008-07-09 12:56,
#42 by กิ๊บ (118.173.227.236) At 2008-07-09 12:55,
likouijjuyuhhhhh78uj9iyo777777 wink embarrassed
#41 by บรี (125.27.113.36) At 2008-07-06 14:25,
เจ๋งมาก
#40 by (118.174.180.47) At 2008-07-06 14:19,
มีความรู้ขึ้นมากเลยค่ะ
#39 by (124.120.242.67) At 2008-07-01 13:10,