2006/Feb/08

กรุงศรีอยุธยามีชื่อเดิมที่ปรากฏในเอกสารชั้นต้นที่เป็นศิลาจารึกและตำนานบางเรื่องว่า "กรุงอโยยา" ซึ่งเป็นการนำชื่อเมืองของพระรามในเรื่องรามเกียรติ์มาใช้ ชื่อกรุงอโยยาคงจะถูกเปลี่ยนเป็นกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันทั่วไปในปัจจุบันนี้ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งอยู่ในระยะเวลาตอนปลายของสมัยกรุงศรีอยุธยา อันเป็นสมัยที่หนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับที่เก่าที่สุดเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้ ได้รับการเขียนและคัดลอกกันต่อๆ มา เป็นต้นฉบับตัวเขียนที่เก็บอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ หนังสือพงศาวดารฉบับนี้ก็ได้กล่าวถึงเมืองที่มีชื่อว่า กรุงศรีอยุธยา เอาไว้ด้วย คนรุ่นหลังจึงได้เรียกชื่อนี้กันต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ความเป็นมาของกรุงศรีอยุธยานั้นปรากฏเป็นเรื่องที่เล่าสืบทอดกันในลักษณะของตำนาน โดยเฉพาะตำนานเรื่องท้าวอู่ทอง จะมีอยู่หลายตำนานและปรากฏในหลายท้องที่ ตำนานท้าวอู่ทองบางเรื่องกล่าวถึงความเกี่ยวข้องกับดินแดนแถบจังหวัดกำแพงเพชร บางเรื่องปรากฏเป็นตำนานของบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางในจังหวัดสุพรรณบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เมืองนครศรีธรรมราชก็มีตำนานที่เล่าถึงท้าวอู่ทองกับพระยาศรีธรรมาโศกราช ที่ตกลงรวมดินแดนนครศรีธรรมราชเข้ากับกรุงอโยยาก่อนเวลาการสถาปนากรุงศรีอยุธยาในหนังสือพระราชพงศาวดาร ตำนานบางเรื่องในหนังสือพงศาวดารเหนือที่รวบรวมจดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวถึงการเป็นเมืองที่มีความสืบเนื่องมาจากเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ และมีเครือข่ายที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากหลักฐานด้านโบราณคดีว่า มีความเกี่ยวข้องกับราชอาณาจักรขอมกัมพูชา
ถ้าไม่คำนึงถึงเรื่องมิติของเวลา ตำนานต่างๆ เกี่ยวกับท้าวอู่ทองและเรื่องในพงศาวดารเหนือสามารถสะท้อนภาพของส่วนต่างๆ ซึ่งประกอบเข้าเป็นกรุงศรีอยุธยาได้ อย่างไรก็ดี เอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เป็นพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ที่กล่าวถึงเมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเมื่อ พ.ศ.๑๘๙๓ นั้น ได้กล่าวถึงสมเด็จพระราเมศวรโอรสของสมเด็จพระรามาธิบดีว่าได้ไปครองเมืองลพบุรีอีกทั้งเอกสารที่เป็นจดหมายเหตุของจีนได้เรียกกรุงศรีอยุธยาเมื่อแรกสถาปนาว่า หลอหู ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่จีนใช้เรียกเมืองลพบุรีมาก่อนด้วย จึงสันนิษฐานได้ว่า ราชวงศ์ของสมเด็จพระรามาธิบดีผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยานั้น มีความสืบเนื่องมาจากเมืองลพบุรีที่เป็นศูนย์อารยธรรมเก่าแก่แห่งที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางมาก่อน และเมื่อได้พิจารณาประกอบกับหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการพบที่อยุธยา ได้แก่ เศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งเป็นศิลปะก่อนสมัยอยุธยา ที่วัดธรรมิกราช พระพนัญเชิงซึ่งสร้างก่อนเวลาการสถาปนากรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปทั้งสององค์มีรูปแบบศิลปะที่เรียกว่า ศิลปะอู่ทองรุ่นแรกที่ได้รับอิทธิพลของศิลปะลพบุรีด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ชี้อย่างชัดเจนว่า ได้มีการขยายตัวของเมืองลพบุรีลงมาทางใต้บริเวณเกาะเมืองอยุธยา ก่อนที่จะมีการสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นเมืองหลวง เมื่อพ.ศ. ๑๘๙๓
การขยายตัวของเมืองลพบุรีลงมาที่อยุธยาเมื่อพิจารณาในด้านภูมิศาสตร์เศรษฐกิจก็อาจอิบายได้ว่า เป็นการขยายที่ตั้งการค้าออกไปใกล้ทะเลเพื่อการค้ากับดินแดนโพ้นทะเล เพราะอยุธยามีลำน้ำเจ้าพระยาซึ่งเรือเดินทะเลใหญ่ในสมัยนั้นสามารถเข้ามาถึงตัวเมืองได้ อีกทั้งที่ตั้งของอยุธยาเป็นที่รวมของแม่น้ำหลายสายคือแม่น้ำลพบุรี แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตั้งของอยุธยาจึงมีลักษณะเป็นชุมทางที่สามารถติดต่อเข้าไปยังแผ่นดินภายในได้หลายทิศทางให้ประโยชน์ในด้านการเป็นแหล่งรวมสินค้าที่ส่งมาจากที่ต่างๆ ได้สะดวก และสามารถเป็นตลาดกลางขนาดใหญ่ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับทั้งภายในทวีปและดินแดนโพ้นทะเลได้เป็นอย่างดี การขยายตัวของเมืองลพบุรีมาที่อยุธยานั้นคงจะมีขึ้นตั้งแต่ประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๘
ด้วยเหตุนี้ การเกิดขึ้นมามีฐานะเป็นศูนย์กลางอำนาจการปกครอง หรือเป็นเมืองหลวงของกรุงศรีอยุธยา จึงไม่เหมือนกับการเกิดขึ้นของเมืองเชียงใหม่และเมืองสุโขทัย เพราะทั้งสองเมืองมีลักษณะของการเป็นบ้านเมืองของผู้นำที่ค่อยๆ รวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยเข้าไว้ด้วยกัน และเติบโตสร้างความเป็นปึกแผ่นของแว่นแคว้นเพิ่มขึ้นๆ จนในที่สุด เมืองซึ่งเป็นที่ประทับของผู้นำของแว่นแคว้นก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางของอำนาจการปกครองดินแดนที่รวบรวมเข้ามาได้ ส่วนกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการ ก็เป็นเมืองที่มีพื้นฐานอันเป็นเครือข่ายของเมืองลพบุรีซึ่งเป็นเมืองใหญ่แต่โบราณแล้ว คือ บ้านเมืองในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง บริเวณที่ราบลุ่มน้ำมูลที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมแบบเดียวกันติดต่อไปถึงเมืองพระนครหลวงในกัมพูชา ส่วนเรื่องพระเจ้าอู่ทองในตำนานของเมืองนครศรีธรรมราชได้แสดงให้เห็นว่า เป็นดินแดนที่ได้รับการผนวกเข้ากับอยุยาก่อนเวลาการสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ปรากฏเรื่องราวการรวบรวมดินแดนนครศรีธรรมราชในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาซึ่งเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่เวลาของการสถาปนา แต่กลับปรากฏในบันทึกของชาวยุโรปในสมัยอยุธยาตอนต้นว่า ดินแดนตลอดแหลมมลายูนั้นเป็นของสยาม ซึ่งมีศูนย์กลางเป็นเมืองใหญ่อยู่ที่กรุงศรีอยุธยา
ในพระราชพงศาวดารฉบับที่เขียนในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีการกล่าวถึงกษัตริย์องค์ต่อมาหลังจากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเสด็จสวรรคตว่า มาจากเมืองสุพรรณบุรีด้วยท่าทีที่มีอำนาจแล้วขึ้นเสวยราชสมบัติต่อมาทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ที่ ๑) ได้มีการขยายความในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับที่เขียนในภายหลังว่า กษัตริย์จากสุพรรณบุรีนี้คือ พ่องั่ว ผู้เป็นพี่มเหสีของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ แม้ว่าจะเป็นเอกสารที่เขียนขึ้นในภายหลังก็ตาม แต่เรื่องราวต่อๆมาในพระราชพงศาวดารก็สามารถให้ภาพรวมว่า ในช่วงระยะเวลาแรกแห่งการสถาปนากรุงศรีอยุธยาระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๑๙๕๒ นั้น กรุงศรีอยุธยามีกษัตริย์ที่ผลัดกันครองราชบัลลังก์อยู่ ๒ สาย สายหนึ่งคือ สายที่สืบราชตระกูลมาจากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ผู้สถาปนาเมือง และอีกสายหนึ่งคือราชตระกูลที่มาจากเมืองสุพรรณบุรี การผลัดกันขึ้นสู่ราชบัลลังก์ของทั้ง ๒ ราชตระกูลนั้นเป็นการยึดอำนาจมาจากอีกฝ่ายหนึ่ง
ชื่อของเมืองสุพรรณบุรีมีที่มาจากหนังสือพระราชพงศาวดารเช่นเดียวกับชื่อของกรุงศรีอยุธยา เพราะจากเอกสารชั้นต้นที่เป็นศิลาจารึกหรือเรื่องในตำนานบางเรื่องนั้น ชื่อเดิมของเมืองสุพรรณบุรีในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นนั้นคือ เมืองสุพรรณภูมิ ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ของพ่อขุนรามคำแหงที่เล่าเรื่องราวในสมัยพ่อขุนรามคำแหงก่อนเวลาการสถาปนากรุงศรีอยุยา ได้กล่าวถึงชื่อเมืองสุพรรณภูมิรวมอยู่ในกลุ่มเมืองที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลาง คือเมืองแพรก (ในจังหวัดชัยนาท) เมืองสุพรรณภูมิเมืองราชบุรี เมืองเพชรบุรี ซึ่งในท้องที่ของเมืองเหล่านี้ล้วนมีโบราณสถานที่มีอายุไม่น้อยกว่าเมืองลพบุรีอยู่ด้วย ดังนั้น การที่พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาได้ระบุชื่อเมืองสุพรรณภูมิอยู่รวมกับดินแดนของกรุงศรีอยุธยาในลักษณะของเมืองที่มีอำนาจ ที่เจ้าเมืองสามารถเข้ามาสืบราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยาได้ด้วยนั้น แสดงว่านอกจากการเกิดขึ้นของกรุงศรีอยุธยาจะเป็นการสืบอำนาจต่อจากเมืองลพบุรีโดยการสืบราชวงศ์ของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ แล้ว ยังประกอบด้วยดินแดนของสุพรรณภูมิที่มีกษัตริย์ต่างราชวงศ์ปกครองสืบทอดกันมาอยู่ด้วยอีกส่วนหนึ่ง
ดินแดนของกรุงศรีอยุธยาจึงมีอาณาเขตที่กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ของที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางทั้งหมด เป็นราชอาณาจักรที่มีอิทธิพลครอบงำตลอดทั้งแหลมมลายูและพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือการวมตัวกันได้ระหว่างดินแดนที่สืบมาจากเมืองลพบุรีเดิมกับดินแดนของสุพรรณภูมินั้นสาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการเป็นเครือญาติที่สืบเนื่องมาจากการสมรสกันของราชวงศ์ทั้งสองพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาบางฉบับที่เขียนขึ้นภายหลัง ที่กล่าวว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ แห่งสุพรรณภูมิ หรือขุนหลวงพ่องั่ว เป็นพี่มเหสีของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ นั้น อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันของดินแดนทั้งสองได้ กลายเป็นราชอาณาจักรที่มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงที่ชาวต่างประเทศเรียกว่า ราชอาณาจักรสยาม โดยมีกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีหรือเมืองหลวง
ในช่วงกว่าครึ่งศตวรรษแรกของการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรนั้น ดังได้กล่าวแล้วว่า การรวมตัวกันระหว่างสองราชวงศ์ คือราชวงศ์ของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ กับราชวงศ์ของสุพรรณภูมิ ยังไม่ราบรื่นนักดังจะเห็นได้จากการแย่งชิงราชสมบัติกันระหว่างทายาทของทั้งสองราชวงศ์ เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สวรรคต ราชสมบัติตกอยู่กับสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ แห่งสุพรรณภูมิ โดยการยินยอมของสมเด็จพระราเมศวรโอรสของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ซึ่งกลับไปครองเมืองลพบุรี แต่เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ เสด็จสวรรคต สมเด็จพระราเมศวรได้เสด็จจากลพบุรีเข้าช่วงชิงราชบัลลังก์จากโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ ภายหลังจากที่สมเด็จพระราเมศวรได้เสด็จสวรรคตแล้ว โอรสของพระองค์คือสมเด็จพระรามราชาธิราช ก็ได้สืบราชสมบัติต่อไปสมเด็จพระราเมศวรและสมเด็จพระรามราชาธิราช เสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยาสืบทอดต่อเนื่องกันเป็นเวลาประมาณ ๒๑ - ๒๒ ปี คือระหว่าง พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๕๒

edit @ 2006/02/08 22:01:47
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

อยากที่จะคัดลอกและปริ้นส์ไปอ่านจัง....
ทำดีมากๆ
#1  by  ดร.เจนจิรา (203.156.152.9 /192.168.1.200) At 2006-02-17 15:52, 
ช่วยทำตัวหนังสือให้ใหญ่กว่านี้หน่อยน่ะเพราะบางเรื่องเนื้อหาเยอะแล้วอ่านนานๆๆจะลายตาน่ะ
#2  by  pat (58.147.115.38) At 2006-02-20 09:16, 
มีความรู้ดีมากๆเลยนะค่ะอย่างนี่แหละค่ะชอบอ่านมากๆๆๆๆ
#3  by  142 (58.8.111.30) At 2006-02-25 18:28, 
รู้สึกดีดีมากค่ะ
#4  by  ฝ้าย (58.11.1.250) At 2006-03-30 14:37, 
น่าอ่านดีครับ
#5  by  โจ้ (203.113.62.7) At 2006-04-08 22:25, 
#6  by  เจตษฎา ถนอมจิตร (61.19.31.42 /192.168.212.197) At 2006-07-07 12:29, 
#7  by  เจตษฎา ถนอมจิตร (61.19.31.42 /192.168.212.197) At 2006-07-07 12:29, 
ลึกซึ้ง มั่กมาก ความรู้จิงๆ
#8  by  *-* (61.19.150.250 /unknown) At 2006-08-07 14:04, 
ขอบคุณมากคับๆพอๆดีคุณครูกำลังสั่งอยู่พอดีเลยคับ
#9  by  กาย (202.5.87.15) At 2006-08-07 21:09, 
เนื้อหาดีมาก
#10  by   (124.121.6.176) At 2006-08-09 19:14, 
เว็บดีมากเลยค่ะ
#11  by  อูโตบาตะ (58.9.114.172) At 2006-08-11 19:29, 
ดี
#12  by  น้อค (58.8.115.219 /192.168.16.225) At 2006-08-17 11:17, 
ขอบคุณมากๆๆเลยค่ะมีความรู้มากเลย พอดีกำลังเรียนเรื่องนี้พอดี
#13  by   (203.113.81.169) At 2006-09-03 17:42, 
กำเรียนพอดีเลย ดีใจมาก
#14  by   (202.133.154.198) At 2006-09-07 16:48, 
#15  by   (125.25.128.216) At 2006-09-13 18:46, 
#16  by   (203.113.50.12 /192.168.0.47) At 2006-09-28 11:00, 
ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#17  by  เด็กน่ารัก (203.118.84.99) At 2006-10-04 06:55, 
#18  by   (61.19.231.4 /61.19.231.4) At 2006-10-12 19:39, 
ที่คุณทำเนื้อหามาเนี้ยนะมันก็ดีระดับหนึ่ง.แต่ถ้าจะทัให้เกิดความรู้ครอบคลุมจริงๆควรไปศึกษามาเยอะกว่านี้ก็จะดีมาก คำว่าประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่นำเอาการเมืองกับการสืบสันตติวงศ์มาใส่แล้วจะเป็นประวัติศสตร์ได้ มันต้องมีการตั้งผังเมือง สภาพภูมิศาสตร์ การปกครอง ความเชื่อที่มีผลกับงานสถาปัตยกรรม และทำให้เกิดสถาปัตยกรรมหลักที่เป็นศูนย์รวมของคน จึงจะเป็นประวัติศาสตร์ได้
#19  by  อืมมมมมมมมมมม. (61.19.231.4 /61.19.231.4) At 2006-10-12 19:51, 
ต้องการการเมืองของอยุธยา จำนวนมาก
ถ้ามีกรุณาติดต่อมาที่
may.za.-_-@hormail.com
ถ้าติดต่อมา จะซาบซึ้งักมาก ช่วยหน่อยนะค่ะ ขอร้อง!!!!!...
#20  by  เมย์ (125.25.54.143) At 2006-10-30 18:40, 
ทำไม Coppy ไม่ได้อะ
#21  by   (203.113.71.4) At 2006-10-30 20:25, 
ผมชอบอ่านประวัติศาสตร์ชาติไทยมาก ถึงแม้ผมมีเชื้อสายจีน100% พ่อผมเป็นจีนเคอะ แม่เป็นจีนแต้จิ๋ว
ทั้งพ่อและแม่ผมเกิดที่ไทย แต่ผมมีความรู้สึกทุกๆครั้งที่ได้อ่านเรื่องกรุงศรีอยุธยาว่าผมมีลางสังหรณ์คล้ายว่าตนเองเคยเกิดมาในสมัยนั้น สงสัยผมคงอินกับประวัติศาสตร์มากเกินไปนะครับ ขอชมว่าบลอคแห่งนี้นำความรู้ คู่เมืองไทยได้100คะแนนเต็มครับ
#22  by  ศิริศักดิ์ อรุณเดชาชัย (202.137.133.72) At 2006-11-06 03:45, 
หนูช๊อบบชอบบบ หนุกดีเข้าจายง่าย จาก
#23  by  หนูหิ่น (203.172.111.181) At 2006-11-18 12:06, 
งอนเเล้วcopyไม่ได
#24  by  หนูหิ่น (203.172.111.181) At 2006-11-18 12:13, 
ชอบมาก ละเอียดจัง
#25  by  toon (203.153.173.2) At 2006-11-26 11:47, 
อยากให้เล่าเศรษฐกจอยุธยาเยอะๆ
#26  by   (203.153.173.2) At 2006-11-26 12:04, 
เน่าโชว เห้ว ควยไรล่ะ
#27  by  เด็กเห้า (222.123.108.122) At 2006-11-30 19:15, 
#28  by  เด็กเห้า (222.123.108.122) At 2006-11-30 19:15, 
มีความรู้ดีมาก
#29  by  แป้ง (61.19.154.85 /61.19.154.85) At 2006-12-01 16:06, 
#30  by  ชนากานต์ (203.149.10.132 /192.168.0.18) At 2006-12-04 11:42, 
เว็บไซด์นี้เนื่อหาดีมากๆๆๆค่ะ จากน้องอินเดียค่ะ
#31  by  นางสาวอินเดีย (61.90.196.147 /192.168.1.155) At 2006-12-04 14:21, 
น้องปิยะ ใบสน อยู่ไหนค่ะ
#32  by  น้องน้ำหวาน (61.90.196.147 /192.168.1.155) At 2006-12-04 14:26, 
#33  by   (202.129.41.130 /192.168.1.178, 202.129.41.130) At 2006-12-04 14:28, 
เนื้อหาดีมากๆเลย อยากจะเอาไปเรียนจัง ดีแบบนี้แม่ปลื้ม...จบ
#34  by  เนื้อหาดีมาก แม่ปลื้ม..จบ (203.113.77.8) At 2006-12-04 20:07, 
#35  by  ขอบคุ (203.113.67.167) At 2006-12-05 15:19, 
#36  by  ขอบคุ (203.113.67.167) At 2006-12-05 15:19, 
#37  by  ขอบคุ (203.113.67.167) At 2006-12-05 15:20, 
ก็ดี ละเอียดดี
#38  by  ดีดี (203.113.67.167) At 2006-12-05 15:22, 
อ่าและได้ความรู้ดีงับ
#39  by  Beersudza (203.107.195.19) At 2006-12-06 22:16, 
โอ้มายกอด
#40  by   (58.136.76.74) At 2006-12-13 14:18, 
อยากได้แบบคัดลอกได้จังเวลาอาจารย์สั่งรายงานจะได้หาง่าย
#41  by  ธนาคาร ใจกันทา (222.123.65.125) At 2006-12-28 17:59, 
#42  by  เเอน (202.133.154.216) At 2006-12-29 17:36, 
ควยพ่อตาย
#43  by   (125.25.130.85) At 2007-01-04 17:57, 
อีดอกแม่มึงเย็ดกับควยพ่อมึง
#44  by   (125.25.130.85) At 2007-01-04 17:59, 
ดีจัง ทำงานส่งครูได้สบายมากเลย ขอบคุณมากเลยนะงับ
#45  by  เล้ง (58.181.207.45) At 2007-01-05 17:21, 
ไม่มีที่เราเรียนเลย ทำไมไม่มีที่เราเรียน
#46  by  เคลียร์ (58.147.111.123) At 2007-01-09 19:23, 
ดี
#47  by  กก (125.25.142.40) At 2007-01-10 22:51, 
#48  by  พ่พ่ (61.19.220.5 /10.106.34.212, 10.106.101.99, 61.19.220.5) At 2007-01-15 08:45, 
อยากรู้ราชวงค์ที่ปกครองอยุธยาว่ามีกี่ราชวงค์
#49  by   (125.24.159.174) At 2007-01-17 12:12, 
รักคนอ่าน
#50  by   (203.188.63.198) At 2007-01-18 17:30, 

<< Home