2006/Feb/08

กรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทย ณบริเวณที่แม่น้ำสำคัญ ๓ สาย ไหล มาบรรจบกัน คือ แม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำป่าสักทำให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะ -สม ต่อการเกษตรกรรมอันเป็นพื้นฐานของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ เป็นชุมทางคมนาคมที่เอื้อ อำนวยต่อการค้าทั้งภายใน และภายนอก จนทำให้เมืองอยุธยาเติบโต เป็นศูนย์กลาง ทางเศรษฐกิจและการค้าที่มีความสำคัญของภูมิภาค เอเซียและของโลก
ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๓ พื้นที่ประเทศไทย ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา แบ่งออก เป็นเมืองใหญ่น้อย ซึ่งต่างมีอิสระในการปกครองไม่ขึ้นต่อกัน เช่นทางภาคเหนือ มีอาณาจักรล้านนา และอาณาจักรสุโขทัย ทางใต้มี เมืองนครศรีธรรมราชทางตะวันตกมีเมืองสุพรรณบุรี ส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ก็ยังมีอิทธิพลของอาณาจักรขอมแพร่หลาย อยู่ก่อน โดยมี ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองลพบุรี
เชื่อกันว่าบริเวณเมืองอยุธยา เคยเป็นที่ตั้งของเมืองอโยธยาซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของลพบุรี มาก่อนโดยมีหลักฐานพระราชพงศาวดาร กล่าวถึงการสร้างพระเจ้าพนัญเชิง เมื่อปี พ.ศ.๑๘๖๗ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น องค์ใหญ่อันแสดงให้เห็นว่าขณะนั้น ชุมชนอโยธยามีขนาดใหญ่ มีฐานะ ทาง เศรษฐกิจมั่งคั่งจึงมีทั้งกำลังคน และ กำลังทรัพย์ในการสร้าง พระพุทธรูป ขนาดใหญ่ขึ้นได้
เมื่ออิทธิพลของอาณาจักรขอมเริ่มเสื่อมลงนับตั้งแต่พุทธศควรรษที่ ๑๙ เป็นต้นมา ทำให้เมือง ที่เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองต่างตั้งตัวเป็นอิสระในบริเวณที่ลาบลุ่มภาคกลางนั้น
สมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๑หรือพระเจ้าอู่ทอง ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้น เป็นศูนย์กลางทางการเมือง การปกครองเมื่อปี พ.ศ.๑๘๙๓ โดยรวบรวมเอากลุ่มเมืองที่มีความสัมพันธ์กัน ทางด้าน เครือญาติเข้าด้วยกัน เมืองเหล่านี้อาทิเช่น เมืองลพบุรี เมืองสุพรรณบุรี และเมืองสวรรค์บุรีเป็นต้น ต่อจากนั้นกรุงศรีอยุธยาก็ได้พัฒนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาโดยลำดับด้วยพระปรีชาสามารถ ของกษัตริย์องค์ต่อๆมาได้ขยายดินแดนออกไปอย่างกว้างขวาง และดำรงฐานะศูนย์กลาง ของสยามประเทศสืบต่อเนื่องมาถึง ๔๑๗ ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองแผ่นดินสืบเนื่องต่อกันมา ๓๓ พระองค์จาก ๕ ราชวงศ์ พระเจ้าเอกทัศน์(พ.ศ.๒๓๐๑-๒๓๑๐)เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายก่อนที่....... กรุงศรีอยุธยาถูกทำลายลงเมื่อ วันพุธที่ ๗เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐ วันที่กองโจรพม่าภายใต้การนำ ของเนเมียวสีหบดีบุกเข้าพระนครได้เผาผลาญ ทำลายมหาปราสาทราชวัง วัดวาอาราม บ้านเรือนปล้นสะดมทั้งทองคำและเพชรนิลจินดาจากพระบรมมหาราชวัง และกวาดต้อนชาวพระนครไปเป็นเชลยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน


edit @ 2006/02/08 20:42:20


edit @ 2006/02/08 22:13:09
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

เฮ้วอทซับโยว่ๆมนยอดมากเลยนะจอชด์โยว่ๆ
































#1  by   (58.147.78.201) At 2006-04-18 11:50, 
งงงงงงงงงงมาก
#2  by  33 (203.172.117.226) At 2006-05-18 20:42, 
*
#3  by  * (222.123.75.46) At 2006-11-07 21:06, 
งงว่ะ
#4  by   (203.113.50.10) At 2006-12-05 20:58, 
#5  by   (203.154.83.181) At 2007-01-05 08:44, 
ไม่เหงงงเลย
#6  by  งิงิงิ (203.118.64.12) At 2007-02-03 14:02, 
งงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
#7  by  muk (222.123.199.183) At 2007-07-12 18:49, 
#8  by   (210.86.220.211) At 2007-08-01 14:00, 
หกด
#9  by  หยก (203.113.45.196) At 2007-09-13 19:52, 
มีน้อยจัง
#10  by  ปรียา (125.24.15.161) At 2008-01-05 11:53, 
มีน้ยจัง อยากได้เยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#11  by  0000 (117.47.13.42) At 2008-01-06 16:23, 
เก่งsad smile open-mounthed smile surprised smile double wink tongue big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed embarrassed wink cry
#12  by  ขิง (203.113.17.172) At 2008-01-31 11:13, 
งงหลอsad smile sad smile
#13  by  *-* (58.9.60.254) At 2008-11-08 14:28, 
น้อยไปอ่ะ
#14  by  ดำไ (115.67.31.122) At 2008-11-18 23:30, 
ขอบคุนมาก ๆค่ะbig smile
#15  by  Minami1940 (125.24.205.141) At 2008-12-10 19:10, 
น้อยไปหน่อยconfused smile
#16  by   (124.120.197.158) At 2008-12-12 18:13, 
#17  by  ไท (125.27.234.137) At 2008-12-15 12:18, 
ดีดี
#18  by  เเพะ (125.27.208.243) At 2008-12-16 06:20, 
embarrassed embarrassed embarrassed
#19  by   (125.27.208.243) At 2008-12-16 06:20, 
ขอบคุณครับ big smile
#20  by   (203.172.48.11) At 2008-12-18 18:28, 
ujkutfkouo
#21  by  พะพัด (61.7.188.196) At 2008-12-20 12:37, 
#22  by   (125.24.249.137) At 2008-12-24 20:38, 

กรุงศรีอยุธยามีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ กล่าวคือกรุงศรีอยุธยามีแม่น้ำล้อมรอบ มีแม่น้ำ 3 สายไหลมาบรรจบกัน ทำให้กรุงศรีอยุธยามีที่ราบที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตรกรรม และขณะเดียวกันลำน้ำเหล่านี้ยังเป็นเส้นทางคมนาคมติดต่อกับต่างประเทศได้เพราะไม่ไกลจากทะเล
เศรษฐกิจไทยสมัยอยุธยาขึ้นอยู่กับเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย พืชที่สำคัญที่สุดคือข้าวซึ่งปลูกไว้สำหรับบริโภค และเก็บสำรองไว้ใช้ในยามขาดแคลนหรือยามเกิดสงคราม
เศรษฐกิจไทยสมัยอยุธยาแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสมัยคือ
1. ช่วงแรก นับตั้งแต่การสถาปนาจนสิ้นรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 อาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลักของคน มีหน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมนา(เกษตราธิการ) โดยการดูแลเกี่ยวกับการทำนา และการเพาะปลูกต่าง ๆ รวมทั้งการออกโฉนดที่ดิน โดยเสนาบดีดูแลการจัดเก็บภาษี หางข้าวจากราษฎรที่ทำนา นอกจากอาชีพการเกษตรแล้วยังมีอาชีพการหาของป่า เช่น ไม้ฝาง ไม้กฤษณา นอแรด งาช้าง หนังสัตว์ ฯลฯ ซึ่งผลิตผลจากป่าเหล่านี้เป็นสิ่งต้องการของชาวต่างประเทศ ส่วนการค้ากับต่างประเทศ ในสมัยนี้จะค้าขายกับชาวเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น อาหรับ ชวา มลายู และนับว่าการค้ากับจีนสำคัญที่สุดทั้งค้ากันโดยตรงและการค้าแบบบรรณาการ
2. ช่วงหลัง ตั้งแต่แผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 จนกระทั่งสิ้นสุดกรุงศรีอยุธยา ในช่วงหลังยังมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก และเริ่มเก็บภาษีอากรเป็นเงิน ส่วนการค้ากับต่างประเทศ นอกจากจะขายกับชาวเอเชียแล้วยังค้าขายกับชาติตะวันตกด้วย ทำให้ไทยมีรายได้มากมาย
สินค้าออกของกรุงศรีอยุธยามีหลายชนิด เช่น ลูกจันท์เทศ แก่นคูณ กานพลู พริกไทย น้ำผึ้ง น้ำตาลกฤษณา น้ำมันสน ยาสูบ ครั่ง หนังสัตว์ หนังปลากระเบน งาช้าง รัก ช้าง หมาก พลู ดินประสิว ทอง พลอย ข้าว เป็นต้น
big smile question
#23  by  เด็กไทย (118.174.140.183) At 2009-01-08 21:21, 
กรุงศรีอยุธยาเป็นราชอาณาจักรของไทยมาเป็นเวลานานถึง 417 ปี มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 33

1. กรุงศรีอยุธยาตกเป็นของพม่าครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2112 ในสมัยพระมหินทราธิราชสาเหตุมาจาก
- คนไทยแตกความสามัคคี
- พระยาจักรีเป็นไส้ศึก
- ผู้นำอ่อนแอเพราะว่างเว้นจากการทำสงครามมานาน ผลของสงครามไทยตกเป็นเมืองขึ้นของพม่านาน 15 ปี พระนเรศวรทรงกอบกู้เอกราชสำเร็จในปี 2127
2. กรุงศรีอยุธยาตกเป็นของพม่าครั้งที่ 2 ในปี 2310 สมัยพระเจ้าเอกทัศน์ สาเหตุมาจาก
- คนไทยแตกความสามัคคี
- ขาดผู้นำที่เข้มแข็ง เพราะว่างเว้นจากสงครามมานาน
- ขาดแคลนเสบียงอาหาร
ผลของสงครามไทยตกเป็นเมืองขึ้นของพม่านาน 1 ปี 2 เดือน ผู้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จ คือ พระเจ้าตากสินมหาราช

#24  by  เด็กน้อย (118.174.140.183) At 2009-01-08 21:27, 
อยากให้มีข้อมูลเยอะก่านี้หน่อยอะนะdouble wink
#25  by  วัวน้อย (158.108.66.151) At 2009-01-09 08:16, 
น่ารัก
#26  by  เอ็น (118.175.160.123) At 2009-01-12 11:10, 
ดีใจที่เจอ
#27  by  ญัต (118.175.160.123) At 2009-01-12 11:12, 
เพิ่มขนาดหน่อยได้ปะดูไม่เห็นwink
#28  by   (125.24.50.215) At 2009-01-27 20:35, 
ขอบจายมากๆน๊าค๊าบที่ช่วยเอาข้อมูลมาห้าย
#29  by   (114.128.50.44) At 2009-01-31 09:33, 
55555++++++++ qwresfgxcft dhj
#30  by  123 (58.10.140.142) At 2009-02-03 08:52, 
ดีค่ะสร้างเว็บความรู้อย่างนี้ต่อไปนะคะ
#31  by  เมย์ (203.156.56.168) At 2009-02-16 18:07, 
surprised smile ดีใจจัง
#32  by  นยรี (58.147.42.201) At 2009-03-05 09:51, 
ควยบ่ะ angry smile confused smile question
#33  by  รนยาดา (58.147.42.201) At 2009-03-05 09:52, 
สวัสดีครับทุกคน รักนะจุ๊บจุ๊บ
#34  by  ไนซ์ (125.26.11.231) At 2009-03-11 09:36, 
มีความรู้ป่ะฮ่ะembarrassed
#35  by  โด (125.26.11.231) At 2009-03-11 09:38, 
กหพะดเกพะถัหพะหพถัsurprised smile embarrassed
#36  by  หะแห (124.121.214.50) At 2009-05-30 08:21, 
น่าอ่นน่ารู้ดีค่ะ ฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิsad smile confused smile wink surprised smile cry double wink question
#37  by  ต่าย (124.121.214.50) At 2009-05-30 08:33, 
ทามมายตัวเลกจางembarrassed
#38  by  N PROY (203.144.180.65) At 2009-06-23 20:40, 
pramlove026
#39  by  pramlove026 (118.175.234.71) At 2009-07-30 14:12, 
ขอบคุณมากค่ะถึงจะงงแต่ก็ขอบคุณbig smile
#40  by   (113.53.77.99) At 2009-08-03 17:47, 
555+
#41  by  balmug0012 (118.172.86.157) At 2009-08-18 15:18, 
#42  by  ทีริน (117.47.149.234) At 2009-08-18 20:27, 
เก่งจังเลยค่ะ big smile big smile big smile big smile
#43  by  คนรักSHINee (111.84.45.224) At 2009-08-28 20:30, 
#44  by   (58.9.112.229) At 2009-09-09 15:15, 
#45  by  กิจ (112.142.41.237) At 2009-09-13 11:49, 
biu
biu
#46  by   (112.142.41.237) At 2009-09-13 11:51, 
cry
#47  by   (125.27.94.128) At 2009-09-23 08:58, 
#48  by  ดดเ (117.47.45.181) At 2009-10-01 16:33, 
open-mounthed smile double wink cry double wink surprised smile wink embarrassed
#49  by   (124.120.228.247) At 2009-10-19 13:51, 
เกดะพั้เร
#50  by   (222.123.218.234) At 2009-11-02 15:08, 

<< Home